เมื่อ : 06 พ.ย. 2569

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 — ณ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่มิติใหม่แห่งการเตรียมความพร้อมด้านทรัพยากรบุคคลทางพลังงานนิวเคลียร์ โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำโดยสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) และสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ และ 14 องค์กรเครือข่ายพันธมิตรระดับชาติ ประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันในการเป็นกลไกหลักระดับประเทศ เพื่อพัฒนากำลังคนรองรับการดำเนินงานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มาตรฐานปลอดภัยขนาดเล็ก (Small Modular Reactor: SMR) ตลอดจนการกำกับดูแลและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์ขั้นสูง

การบูรณาการความร่วมมือครั้งนี้ เป็นการขานรับนโยบายเชิงรุกของ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ในฐานะประธานคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ซึ่งได้ผลักดันนโยบายการกำกับดูแลเทคโนโลยี SMR จนได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการฯ เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 โดยมีวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน สนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ตลอดจนยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในระยะยาว

ในการประชุมขับเคลื่อนนโยบายการกำกับดูแลด้านการพัฒนากำลังคนของประเทศ ครั้งที่ 1/2569 ซึ่งมี นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เป็นประธาน สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ และ รศ.วงกต วงศ์อภัย รองผู้อำนวยการ สอวช. ได้นำเสนอ "ร่างกรอบแผนพัฒนาทรัพยากรบุคคลของประเทศ พ.ศ. 2571–2575" โดยขับเคลื่อนผ่าน 3 แผนงานยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ 1) ร่างแผนกำลังคนด้าน SMR ระดับชาติ 2) ร่างกรอบแนวคิดการจัดทำหลักสูตรการเรียนการสอนตลอดช่วงชีวิต 3) ร่างข้อเสนอการพัฒนาระบบนิเวศและกลไกสนับสนุน

ที่ประชุมได้กำหนดเป้าหมายเชิงปริมาณในการผลิตบุคลากรผู้เชี่ยวชาญเพื่อรองรับโครงการฯ รวมทั้งสิ้นอย่างน้อย 1,000 คน โดยในระยะ 3 ปีแรก จะเร่งดำเนินการสร้างบุคลากรระดับพื้นฐานจำนวนไม่น้อยกว่า 345 คน นอกจากนี้ แนวทางการพัฒนาจะมุ่งเน้นการบูรณาการองค์ความรู้ตามมาตรฐานสากล "3S" ซึ่งประกอบด้วย ความปลอดภัย (Safety) ความมั่นคงปลอดภัย (Security) และการพิทักษ์ความปลอดภัย (Safeguards) เข้าสู่ระบบการศึกษาในทุกระดับชั้นอย่างเข้มข้น

เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมทุกมิติ ได้มีการประสานความร่วมมือจาก 14 องค์กรระดับประเทศ แบ่งเป็น 4 ภาคส่วนสำคัญ ได้แก่:

• กลุ่มนโยบายและการกำกับดูแล: สอวช. (นำโดย รศ.วงกต วงศ์อภัย, ดร.ชาญวิทย์ อุดมศักดิกุล, ดร.ชโลธร บุญเหลือ, ดร.ชนิดา แสนสะอาด) สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน (นำโดย นายพีระพงษ์ บุญแสง) สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน และสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

• กลุ่มพลังงานและอุตสาหกรรม: การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (นำโดย นายอรรถพงษ์ สถิตมโนธรรม)

• กลุ่มการศึกษาขั้นพื้นฐานและวิจัย: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)

• กลุ่มสถาบันอุดมศึกษา: สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (นำโดย รศ.ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดีฯ และ รศ.ดร.วิภู ศรีสืบสาย) พร้อมด้วยผู้แทนคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี



ความร่วมมือระดับชาติภายใต้การนำของกระทรวง อว. โดย ปส. และ สอวช.ในครั้งนี้ สะท้อนถึงเจตจำนงค์ที่มุ่งมั่นในการพัฒนานโยบายระดับชาติสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยก้าวต่อไปจะมุ่งเน้นการผลักดันคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯ เพื่อร่วมกันจัดทำแผนฉบับสมบูรณ์และแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ 2571 เพื่อเป็นกรอบชี้นำการจัดสรรงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) และเตรียมนำเสนอต่อคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ (พนส.) รวมถึงสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวน.) และคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป การดำเนินการทั้งหมดนี้ถือเป็นหลักประกันสำคัญว่า ประเทศไทยพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านทางพลังงานสะอาด ภายใต้การกำกับดูแลที่สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืนสืบไป

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ