”TEI ผนึก วช. ปั้นนักวิจัยรับมือ 3 วิกฤตสิ่งแวดล้อมโลก ดันงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง พร้อมมอบประกาศนียบัตรแก่นักวิจัยไทยกว่า 100 คน”
19 ตุลาคม 2569 – สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ผนึกกำลัง สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เดินหน้ายกระดับศักยภาพนักวิจัยไทย ผ่านโครงการ “การพัฒนาศักยภาพนักวิจัยเชิงบูรณาการเพื่อการรับมือกับสามวิกฤตสิ่งแวดล้อมโลก (Triple Planetary Crisis)” มุ่งพัฒนาองค์ความรู้และทักษะการวิจัย เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมสำคัญ 3 ประเด็นสำคัญ คือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และมลพิษสิ่งแวดล้อม พร้อมจัดสัมมนาเครือข่ายนักวิจัยสิ่งแวดล้อม และพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่นักวิจัยที่ผ่านเกณฑ์การฝึกอบรม จำนวน 104 คน ณ โรงแรมอีสตินแกรนด์ พญาไท กรุงเทพมหานคร
ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เปิดเผยว่า สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ได้รับการสนับสนุนทุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เพื่อดำเนินงานพัฒนาศักยภาพบุคลากรวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2565 โดยมุ่งเสริมสร้างองค์ความรู้ ทักษะ และเครือข่ายนักวิจัย ให้สามารถพัฒนางานวิจัยที่ตอบโจทย์ปัญหาสิ่งแวดล้อมของประเทศ และนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งที่ผ่านมาโครงการได้พัฒนานักวิจัยผ่านการอบรมระยะที่ 1 ในปี 2565 จำนวน 6 หลักสูตรย่อย มีผู้ผ่านเกณฑ์กว่า 600 คน และระยะที่ 2 ในปี 2567 จำนวน 8 หลักสูตร มีผู้ผ่านเกณฑ์กว่า 300 คน
สำหรับการดำเนินงานในปี 2569 ซึ่งเป็นระยะที่ 3 ได้มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพนักวิจัยให้สอดคล้องกับสามวิกฤตสิ่งแวดล้อมโลก ผ่านการฝึกอบรม 3 หลักสูตร ได้แก่ การวิจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การวิจัยด้านการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และการวิจัยด้านมลพิษสิ่งแวดล้อม โดยมีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการกว่า 300 คน ผ่านการคัดเลือกเข้ารับการฝึกอบรมกว่า 150 คน และมีผู้ผ่านเกณฑ์การอบรมครบทั้ง 3 หลักสูตร จำนวน 104 คน
“TEI ให้ความสำคัญกับการพัฒนานักวิจัยที่ไม่เพียงมีความรู้ความเข้าใจในประเด็นสิ่งแวดล้อม แต่ต้องสามารถนำองค์ความรู้ไปพัฒนาข้อเสนอโครงการวิจัยที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับทิศทางและความต้องการของแหล่งทุน รวมถึงตอบโจทย์ปัญหาของประเทศได้อย่างชัดเจน เราหวังว่าการสนับสนุนจาก วช. และการดำเนินโครงการในครั้งนี้ จะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างเครือข่ายนักวิจัยที่เข้มแข็ง และผลักดันให้งานวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมถูกนำไปใช้ประโยชน์ทั้งในเชิงนโยบายและการบริหารจัดการได้จริง” ดร.วิจารย์ กล่าว
ด้าน ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่มีความเชื่อมโยงและส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ เศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน การรับมือกับปัญหาเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยงานวิจัยที่มีคุณภาพและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดย วช. ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพนักวิจัย เพื่อสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่สามารถตอบโจทย์ความท้าทายสำคัญของประเทศ และนำไปสู่การใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม
“การพัฒนาศักยภาพนักวิจัยถือเป็นรากฐานสำคัญของการขับเคลื่อนประเทศด้วยองค์ความรู้และนวัตกรรม วช. มุ่งหวังให้นักวิจัยสามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปต่อยอดสู่การพัฒนาข้อเสนอโครงการวิจัยที่มีคุณภาพ มีเป้าหมายชัดเจน และสอดคล้องกับความต้องการของประเทศ ที่สำคัญคือสามารถเชื่อมโยงผลงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ได้จริง รวมถึงสร้างความร่วมมือระหว่างนักวิจัยต่างสาขา เพื่อร่วมกันรับมือกับสามวิกฤตสิ่งแวดล้อมโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน” ดร.วิภารัตน์ กล่าว
ภายในงานยังมีการบรรยายพิเศษเรื่อง “การนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศ” โดย ศาสตราจารย์ ดร.สนิท อักษรแก้ว ประธานกรรมการดำเนินงานสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม ประเด็นเป้าหมายด้านการพัฒนาสุขภาพ สังคม และสิ่งแวดล้อม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ตลอดจนการเสวนาหัวข้อ “ปลดล็อกศักยภาพนักวิจัย ขับเคลื่อนผลงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์” ที่เปิดพื้นที่ให้นักวิจัย ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ มุมมอง และความต้องการในการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการสู่การกำหนดนโยบายและการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ การดำเนินโครงการดังกล่าวสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่าง TEI และ วช. ในการพัฒนากำลังคนด้านการวิจัยสิ่งแวดล้อมของประเทศ ไม่เพียงเพิ่มขีดความสามารถของนักวิจัย แต่ยังมุ่งสร้างเครือข่ายความร่วมมือและผลักดันให้งานวิจัยตอบสนองต่อความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมที่มีความซับซ้อนมากขึ้น อันจะนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมและแนวทางแก้ไขปัญหาที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
ติดตามข่าวสาร สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยได้ที่ : สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย
