เมื่อ : 09 ต.ค. 2569

วันที่ 9 ตุลาคม 2569 เวลา 09.30 น. นายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ โฆษกกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยผู้บริหารกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ลงพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์และพระนครศรีอยุธยา ติดตามการให้ความช่วยเหลือด้านแรงงานแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย พร้อมกำชับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานเร่งดูแลประชาชนให้ได้รับความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง ทั้งการฟื้นฟูเครื่องมือประกอบอาชีพ ยานพาหนะ และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้รับความเสียหาย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตและประกอบอาชีพได้ตามปกติโดยเร็ว

นายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ โฆษกกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ได้มีมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ช่วงการฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยมีการจัดหน่วยเคลื่อนที่ จับคู่ตำแหน่งงานว่าง เคลื่อนย้ายแรงงานเป็นระบบ ตั้งศูนย์ ซ่อม สร้าง สุข คลินิกแรงงาน ชุดเคลื่อนที่เร็ว (Mobile Unit) และบริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จ ซึ่งการลงพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์และพระนครศรีอยุธยาในครั้งนี้ เป็นการติดตามการดำเนินงานช่วยเหลือด้านแรงงานแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย โดยกระทรวงแรงงานให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนในทุกมิติ โดยเฉพาะการช่วยเหลือให้สามารถกลับมาประกอบอาชีพและดำรงชีวิตได้ตามปกติภายหลังสถานการณ์คลี่คลาย พร้อมกำชับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานในพื้นที่บูรณาการความช่วยเหลือให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

โฆษกกระทรวงแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า ช่วงเช้าได้ลงพื้นที่ศูนย์ ซ่อม สร้าง สุข ในจังหวัดนครสวรรค์ ณ เทศบาลเมืองตาคลี อำเภอตาคลี โดยสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 8 นครสวรรค์ ได้ดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จำนวน 65 ครัวเรือน โดยมีรถจักรยานยนต์ จำนวน 32 คัน มูลค่า 7,300 บาท และเครื่องใช้ไฟฟ้า จำนวน 26 รายการ มูลค่า 3,600 บาท และในช่วงบ่ายได้เดินทางต่อไปยังจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ณ หมู่ที่ 3 ตำบลไทรน้อย อำเภอบางบาล โดยสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 15 พระนครศรีอยุธยา ได้ดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จำนวน 75 ครัวเรือน ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ จำนวน 63 คัน มูลค่า 9,340 บาท และเครื่องใช้ไฟฟ้า จำนวน 8 รายการ มูลค่า 1,160 บาท สะท้อนถึงความตั้งใจของกระทรวงแรงงานในการเร่งบรรเทาความเดือดร้อนและฟื้นฟูความสามารถในการดำรงชีวิตของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ นอกจากการลงพื้นที่ศูนย์ซ่อม สร้าง สุข ยังได้มีการมอบถุงยังชีพ เงินสิทธิประโยชน์มาตรา 40 ให้แก่ผู้ประสบภัยอีกด้วย

ทั้งนี้ จากการดำเนินงานของทั้งสองจังหวัด มีประชาชนได้รับความช่วยเหลือรวม 140 ครัวเรือน รถจักรยานยนต์ 95 คัน และเครื่องใช้ไฟฟ้า 34 รายการ คิดเป็นมูลค่าความช่วยเหลือตามข้อมูลที่ได้รับรวม 21,400 บาท โดยการช่วยเหลือดังกล่าวนอกจากจะเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าแล้ว ยังเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตและสนับสนุนให้แรงงานและประชาชนสามารถกลับเข้าสู่การประกอบอาชีพได้โดยเร็ว กระทรวงแรงงานจะยังคงติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งให้การช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และตรงกับความต้องการ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการฟื้นฟูด้านแรงงานและการประกอบอาชีพ เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตและสร้างรายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัวได้อย่างมั่นคงโดยเร็วที่สุด นายพิพัฒน์ชัย กล่าวในตอนท้าย