เมื่อ : 13 ก.ค. 2569


   วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ศ. ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) พร้อมด้วย ศ. ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และทีมวิจัยภายใต้กองทุน ววน. ร่วมกันลงพื้นที่บริเวณวงเวียนใหญ่ เพื่อพัฒนาและยกระดับการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ตรวจวัดโครงสร้างอาคาร สู่การขยายผลต่อเนื่องในการแก้ปัญหาพิบัติภัย

       ทั้งนี้ สกสว.และนักวิจัยได้ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมสำรวจพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อสร้างความปลอดภัยของประเทศ พร้อมให้คำสนับสนุนโดยให้นักวิจัยพัฒนาระบบติดตามและตรวจวัดโครงสร้างอาคารเพื่อเป็นมาตรฐานการก่อสร้างและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ในอนาคตอยากให้ขยายระบบติดตามการรั่วของน้ำ ระดับน้ำและความขุ่น รวมถึงระบบตรวจวัดอุโมงค์ อาคาร และการทรุดตัวของดินแบบเรียลไทม์ โดยเฉพาะจุดเชื่อมต่อที่เป็นจุดเสี่ยงเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้แก่ประชาชน โดยประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

ศ. ดร.อมร ระบุว่าขณะนี้ควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว น้ำไหลเข้าอุโมงค์น้อยลง โดยใช้มาตรการอัดฉีดสารเคมีให้ดินแข็งตัว ส่วนรอยร้าวไม่ขยายตัวเพิ่มขึ้น และไม่พบการเอียงตัวของอาคารเพิ่มขึ้น แต่ก็ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์จนมั่นใจ เนื่องจากประชาชนเกิดความตกใจที่มีเหตุทรุดตัวต่อเนื่อง

     

อีกทั้งยังได้นำระบบตรวจวัดและติดตามการทรุดของดินและการเอียงของอาคารแบบเรียลไทม์ซึ่งประกอบด้วยเซนเซอร์จำนวนมากที่มีความแม่นยำสูง เข้าสำรวจเพื่อวัดการเอียงตัวและติดตามการเอียงตัวของโครงสร้างอาคารที่ได้รับผลกระทบจากการทรุดตัวของดิน การเอียงตัวจะถูกตรวจวัดทุกวินาที เซนเซอร์ทุกตัวจะส่งข้อมูลเข้าไปยังหน่วยประมวลผลกลางเพื่อเก็บรวบรวม วิเคราะห์ และแสดงผลผ่านอินเตอร์เน็ตให้เห็นผลกระทบต่ออาคารสิ่งปลูกสร้างได้ตลอดเวลา ทั้งยังส่งการแจ้งเตือนไปยังแอปพลิเคชันได้ทันทีเมื่อโครงสร้างมีความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายเกินเกณฑ์ที่กำหนด ผู้เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ผ่านเว็บไซต์ที่จัดเตรียมไว้สำหรับรายงานข้อมูล เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับตัดสินใจดำเนินการได้ทันที

   อีกทั้งได้นำเทคโนโลยีโฟโตแกรมเมตรี (photogrammetry) ผนวกกับ AI และเลเซอร์สแกน 3 มิติ ในการสำรวจรังวัดเพื่อทำแผนที่จำลองจากภาพถ่าย ซึ่งสามารถระบุตำแหน่งที่ได้รับความเสียหายและการเอียงตัวของอาคารได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ สามารถเห็นข้อมูลเชิงระบบพื้นที่อย่างเป็นระบบมากขึ้น