เมื่อ : 16 มี.ค. 2569

วันที่ 16 มีนาคม 2569 นางสาวจินตนา คงเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 5 กรมศุลกากร เปิดเผยว่า ตามนโยบายรัฐบาลและข้อสั่งการของ นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร ในการขับเคลื่อนมาตรการการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด Quick Big Win in Anti-Drug Trafficking

ที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้ายาเสพติดให้หมดไปจากประเทศ

กรมศุลกากรเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังการลักลอบนำเข้าและส่งออกยาเสพติด

ในทุกช่องทาง

ซึ่งเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 กรมศุลกากร โดย สำนักงานศุลกากรภาคที่ 5 ได้บูรณาการ

การทำงานร่วมกับ หน่วยปราบปรามยาเสพติดภูเก็ต กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจปราบปราม

ยาเสพติด 4 สืบสวนหาข่าวเพื่อสกัดกั้นการแพร่กระจายของยาเสพติด โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยว พบพัสดุภัณฑ์ต้องสงสัยส่งมากับบริษัทขนส่งเอกชนแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต จึงเอ็กซ์เรย์พัสดุภัณฑ์ดังกล่าว และ

ได้ร่วมกันตรวจสอบ พบยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ไอซ์) ลักษณะเป็นผลึกสีขาวขุ่นบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 505 กรัม และพบยาเสพติดให้โทษในประเภท 1

เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) ลักษณะเป็นเม็ดสีส้มบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีน้ำเงิน ถุงละประมาณ 200 เม็ด และมัดถุงพลาสติกสีน้ำเงินเป็นมัด มัดละประมาณ 10,000 เม็ด รวม 10 มัด รวมทั้งสิ้นประมาณ 100,000 เม็ด บรรจุอยู่ในกระติกน้ำแข็งที่อยู่ภายในกล่องพัสดุภัณฑ์ต้องสงสัย เจ้าหน้าที่ฯ จึงได้นำวัตถุที่ตรวจพบแต่ละชนิด มาตรวจสอบเบื้องต้นด้วยน้ำยาเคมี nik public safety พบว่าวัตถุดังกล่าวทำปฏิกิริยากับน้ำยาทดสอบเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินในเวลาต่อมา จึงสันนิษฐานได้ว่าวัตถุดังกล่าวทั้ง 2 ชนิด เป็นเมทแอมเฟตามีน(ไอซ์) และ

ยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) มูลค่าประมาณ 4.4 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ฯ จึงทำการตรวจยึดพัสดุภัณฑ์ดังกล่าวไว้เป็นของกลางเพื่อนำส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีต่อไป

ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐาน ‘จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า และยาไอซ์ หรือเมทแอมเฟตามีน)

โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป’ อันเป็นความผิดตามตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ประกอบพระราชบัญญัติศุลกากร