เมื่อ : 03 ก.ค. 2569

เสียงสวดโอ้เอ้วิหารรายที่ดังกังวานอย่างพร้อมเพรียงจากเยาวชนทั่วประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงพลังของคนรุ่นใหม่ที่ร่วมกันสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติ การสวดโอ้เอ้วิหารรายไม่ได้เป็นเพียงการแสดงความสามารถด้านการขับร้อง หากยังเป็นกระบวนการเรียนรู้ภาษาไทย วรรณศิลป์ หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา และโบราณราชประเพณีที่สืบทอดต่อกันมาอย่างยาวนาน ด้วยความมุ่งมั่นในการอนุรักษ์และสืบทอดมรดกภูมิปัญญาของชาติ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม จึงจัดการประกวดสวดโอ้เอ้วิหารราย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนได้แสดงศักยภาพ เรียนรู้คุณค่าของศิลปวัฒนธรรมไทย และร่วมสืบทอดประเพณีอันทรงคุณค่าจากรุ่นสู่รุ่น

เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 กรมการศาสนาได้จัดการประกวดสวดโอ้เอ้วิหารราย รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ ณ วัดกัลยาณมิตร เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร โดยได้รับเมตตาจากพระพรหมกวี เจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตร เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้บริหารกรมการศาสนา คณะกรรมการตัดสิน ครู อาจารย์ และนักเรียน นักศึกษาจากทั่วประเทศเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า การประกวดสวดโอ้เอ้วิหารรายเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญต่อการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของชาติ เพราะนอกจากจะเป็นการสืบทอดโบราณราชประเพณีแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้ฝึกการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง เรียนรู้วรรณศิลป์ ฝึกสมาธิ ความอดทน ความรับผิดชอบ และการทำงานร่วมกัน ซึ่งล้วนเป็นทักษะสำคัญในการดำรงชีวิต ปีนี้มีสถานศึกษาจากทั่วประเทศผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษา รวมกว่า 70 ทีม โดยสถานศึกษาที่ได้รับรางวัลทุกประเภท จะได้รับโอกาสเข้าสวดโอ้เอ้วิหารราย ณ ศาลารายรอบพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ตามโบราณราชประเพณีที่สืบทอดต่อกันมาอย่างยาวนาน

สำหรับผลการประกวด มีสถานศึกษาที ่ได้รับรางวัลชนะเลิศในแต่ละประเภท ได้แก่ ระดับ ประถมศึกษา ประเภททีมชายล้วน ได้แก่ โรงเรียนเทศบาล 4 เฉลิมพระเกียรติ ประเภททีมหญิงล้วน ได้แก่ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 25 (บ้านหนองเกตุ) และประเภททีมผสม ได้แก่ โรงเรียนอนุบาลประชารัฐสามัคคี ระดับ มัธยมศึกษา ประเภททีมชายล้วน ได้แก่ โรงเรียนสิเกาประชาผดุงวิทย์ ประเภททีมหญิงล้วน ได้แก่ โรงเรียน เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ นนทบุรี และประเภททีมผสม ได้แก่ โรงเรียนวีรวัฒน์โยธิน ระดับอุดมศึกษา ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ (ชมรมวรรณศิลป์) ทั ้งนี ้ สถานศึกษาที ่ได้รับรางวัลจากการประกวดสวด โอ้เอ้วิหารรายทุกประเภท จะได้เข้าสวดโอ้เอ้วิหารราย ณ ศาลารายรอบพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ตามโบราณราชประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน

**“เสียงจากเยาวชน...ความภูมิใจที่มากกว่ารางวัล”

“เสียงจากเยาวชน...ความภูมิใจที่มากกว่ารางวัล”

เด็กหญิงไอศิกา เกตุกิ่ง โรงเรียนวัดไทร (ถาวรพรหมานุกูล) กรุงเทพมหานคร เล่าว่า “การได้มายืนอยู่บนเวทีรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศเป็นความภาคภูมิใจอย่างมาก เพราะกว่าจะมาถึงจุดนี้ต้องใช้ทั้งความพยายามและความมุ่งมั่น ช่วงก่อนการแข่งขัน ทุกวันหลังเลิกเรียนจะใช้เวลาทบทวนบทสวด ส่วนวันเสาร์และอาทิตย์ก็ฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง ในช่วงเช้าก็มีโอกาสสวดให้รุ่นพี่และรุ่นน้องในโรงเรียนฟังอยู่เป็นประจำ ทำให้ได้ฝึกการใช้ภาษาไทย โดยเฉพาะคำควบกล้ำ พยัญชนะ และการออกเสียงที่ยากผ่านกาพย์ยานี 11 กาพย์สุรางคนางค์ 28 และกาพย์ฉบัง 16 อยากเชิญชวนเยาวชนให้มาร่วมสวดโอ้เอ้วิหารรายกันให้มากขึ้น”

โรงเรียนสิเกาประชาผดุงวิทย์ จ.ตรัง เจ้าของรางวัลชนะเลิศระดับมัธยมศึกษา ประเภททีมชายล้วน เล่าว่า ปีนี้เป็นปีที่ 3 ที่โรงเรียนเข้าร่วมการแข่งขัน โดยเริ่มเตรียมความพร้อมตั้งแต่ช่วงปิดภาคเรียนในเดือนพฤษภาคม และใช้เวลาฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง การประกวดครั้งนี้ทำให้เกิดความภาคภูมิใจ สนุกมาก สวดแล้วไม่เครียด สวดแล้วชีวิตแฮปปี้มาก ๆอยากจะเชิญชวนทุก ๆ คน ไม่ว่าจะเพศไหนก็ตาม หากมีความสนใจก็สามารถมาประกวด หรือมาฝึกซ้อม มารับฟังการประกวดสวดโอ้เอ้วิหารรายได้ เพราะเป็นสิ่งที่ดีงามของวัฒนธรรมไทยของเรา"

นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ เล่าว่า “พวกเรารู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยและภาคตะวันออกเฉียงเหนือในการแข่งขันระดับประเทศ ตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา ทุกคนฝึกซ้อมกันอย่างจริงจังตั้งแต่ต้นปี และเมื่อได้รับรางวัลชนะเลิศ ก็รู้สึกว่าความเหน็ดเหนื่อยทั้งหมดคุ้มค่า อยากเชิญชวนเยาวชนทั่วประเทศให้มาร่วมประกวดในปีต่อๆ ไป เพื่อร่วมกันสืบสานศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของไทย”

นางสาวศิรประภา สันตะวงศ์ อาจารย์ชมรมวรรณศิลป์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ เล่าว่า“มหาวิทยาลัยได้รับการสนับสนุนจากกรมการศาสนามาโดยตลอด และเข้าร่วมการแข่งขันตั้งแต่เริ่มมีการประกวดในระดับอุดมศึกษา ซึ่งนักศึกษาจะหมุนเวียนเปลี่ยนรุ่นทุกปี แต่รุ่นพี่ก็ยังคงถ่ายทอดองค์ความรู้ให้รุ่นน้องอย่างต่อเนื่อง การสวดโอ้เอ้วิหารรายทำให้นักศึกษาได้ฝึกทักษะด้านภาษาไทยและได้ทำกิจกรรมร่วมกัน เกิดความรักความสามัคคี ได้เรียนรู้วัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ผ่านการได้เข้าสวดโอ้เอ้วิหารราย ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ซึ่งเรารอมา 4 ปีสำหรับชัยชนะครั้งนี้ เราประกวดตลอดอย่างไม่ย่อท้อ แม้ว่าเราจะเป็นนางรองมาตลอด แต่ปีนี้เราเป็นแชมป์”

สวดโอ้เอ้วิหารรายเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยใช้บทประพันธ์จากหนังสือมูลบทบรรพกิจและกาพย์พระไชยสุริยา ซึ่งเป็นตำราเรียนภาษาไทยของเด็กไทยในอดีต นอกจากช่วยฝึกการอ่านและการออกเสียงแล้ว ยังสอดแทรกหลักธรรม คติสอนใจ และคุณค่าทางวรรณศิลป์ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตได้

กรมการศาสนาให้ความสำคัญกับการสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมควบคู่กับการพัฒนาคน เพราะเชื่อว่าการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมจะเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน เมื่อคนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ เข้าใจ และภาคภูมิใจในรากเหง้าของตนเอง การประกวดสวดโอ้เอ้วิหารรายจึงเป็นมากกว่ากิจกรรมทางวัฒนธรรม แต่เป็นเวทีที่เชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบัน ถ่ายทอดภาษา วรรณศิลป์ หลักธรรม และคุณค่าความเป็นไทยสู่เยาวชน เพื่อให้มรดกภูมิปัญญาอันล้ำค่าของชาติได้รับการสืบสานอย่างต่อเนื่อง และยังคงเป็นรากฐานสำคัญของสังคมไทยต่อไป