เมื่อ : 30 มิ.ย. 2569

วันที่ 30 มิ.ย.2569 เวลา 09.55 น. : นายทิวา การกระสัง ทนายความ ผู้รับมอบอำนาจจากนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่คลิปเสียงสนทนา ซึ่งมีการพาดพิงว่านายทรงศักดิ์ฯ เกี่ยวข้องกับการทุจริตการสอบคัดเลือกบุคลากรท้องถิ่น

นายทิวาฯ เปิดเผยว่า นายทรงศักดิ์ฯได้รับคลิปเสียงดังกล่าวมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568 แต่ในขณะนั้นยังไม่มีการเอ่ยถึงชื่อนายทรงศักดิ์ฯ จึงได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงาน ป.ป.ช.,สำนักงาน ป.ป.ท.,สำนักงาน ปปง. และหน่วยงานอื่นๆ ให้เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจัดสอบ เนื่องจากเห็นว่าเป็นเรื่องที่อาจมีความผิดปกติ

นายทิวาฯ ระบุว่า ในช่วงเวลานั้น กระบวนการจัดสอบอยู่ระหว่างการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง โดยมีมหาวิทยาลัย 2 แห่งเข้าร่วมเสนอราคา ได้แก่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ แม้ว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ จะเสนอราคาต่ำกว่า แต่คณะกรรมการพิจารณาเห็นว่า มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒมีความน่าเชื่อถือมากกว่า จึงคัดเลือกให้เป็นผู้ดำเนินการจัดสอบ ก่อนส่งเรื่องให้กรมบัญชีกลางพิจารณาตามขั้นตอน และกรมบัญชีกลางมีความเห็นให้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เป็นผู้ดำเนินการ

ทั้งนี้ ยืนยันว่าขั้นตอนดังกล่าวเป็นกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบ ไม่ใช่การซื้อขายตำแหน่งหรือซื้อขายข้อสอบตามที่ถูกกล่าวอ้าง อีกทั้งในขณะนั้น แม้จะมีคลิปเสียง แต่ยังไม่มีพยานหลักฐานเกี่ยวกับการเรียกรับหรือรับเงิน จึงไม่สามารถดำเนินคดีได้ และไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าจะมีการกระทำในลักษณะดังกล่าว

ต่อมา ภายหลังมีการเผยแพร่คลิปเสียงผ่านเพจ “บังแจ็ค” ซึ่งมีการเอ่ยชื่อนายทรงศักดิ์ฯ อย่างชัดเจน พร้อมกล่าวอ้างว่า มีโควตาผู้สอบจากคนใกล้ชิดจำนวน 1,500 อัตรา โดยผู้เข้าสอบต้องจ่ายเงินอัตราละ 350,000 บาท ให้หน่วยงานที่จัดสอบและนายทรงศักดิ์ฯ ทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของรองนายกรัฐมนตรีอย่างร้ายแรง

นายทิวาฯ กล่าวว่า จึงได้แจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.ส้ม และนายกิจ (นามสมมติ) ซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวว่าเป็นเจ้าของเสียงในคลิป รวมถึงผู้เผยแพร่คลิปผ่านเพจ “บังแจ็ค” ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 รวมทั้งความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ฐานนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์


นายทิวาฯ ยังระบุว่า เชื่อว่าคลิปเสียงดังกล่าวมีเจตนาทำลายกระบวนการประมูล เนื่องจากกลุ่มบุคคลบางกลุ่มไม่ได้รับประโยชน์ อีกทั้งยังมุ่งสร้างความเสียหายต่อนายทรงศักดิ์ฯ และพรรคการเมืองที่สังกัด ทั้งที่นายทรงศักดิ์ฯ ไม่เคยรู้จักหรือมีความเกี่ยวข้องกับบุคคลทั้ง 2 คนมาก่อน

พร้อมย้ำว่า การแจ้งความครั้งนี้ต้องการให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาให้ปากคำ เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าเหตุใดจึงมีการกล่าวอ้างเช่นนี้ และมีหลักฐานใดที่เชื่อมโยงนายทรงศักดิ์ฯ หรือไม่

นายทิวาฯ กล่าวด้วยว่า หากข้อกล่าวหาเรื่องการซื้อขายตำแหน่งเป็นความจริง จะมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ทั้งผู้เรียกรับเงิน ผู้จ่ายเงิน และผู้เข้าสอบ ซึ่งอาจมีจำนวนรวมหลายหมื่นคน ดังนั้น จึงไม่อาจปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปได้ และจะดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด

สำหรับ น.ส.ส้มฯ และนายกิจฯ ปัจจุบันทั้งคู่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเคยเข้าพบคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าวมาก่อน นายทิวาฯ เชื่อว่าหากพนักงานสอบสวนออกหมายเรียก ทั้งสองจะเข้ามาให้ปากคำ ขณะที่พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้ และจะพิจารณาว่าพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดตามที่กล่าวหาหรือไม่ ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ